ตั้งน้ำตก น้ำพุ หน้าบ้านเพื่อเสริมโชคลาภตามหลักฮวงจุ้ย

5.1

ปัจจุบันคนนิยมหันมาตกแต่งบ้านด้วยน้ำตก น้ำพุ กันมากขึ้น ซึ่งตามหลักของฮวงจุ้ยกล่าวว่าจะทำให้มีโชคลาภ นำพาความเจริญรุ่งเรืองเข้ามาในชีวิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้ามีการตกแต่งครบครบทั้ง 5 ธาตุคือ ดิน น้ำ ทอง ไม้ และไฟ  จะเกิดเป็นมหาโชคลาภกันเลยทีเดียว เพราะฉะนั้นเรามาตกแต่งบ้านด้วยน้ำตกน้ำพุตามหลักฮวงจุ้ยกันดีกว่าค่ะ

แต่เราจะแน่ใจได้อย่างไรว่า การติดตั้งน้ำตก น้ำพุนั้นถูกต้องตามหลักฮวงจุ้ย ถ้าบังเอิญตั้งถูกก็จะเกิดโชคลาภตามที่หวัง แต่ถ้าไม่ใช่ ผลที่ได้อาจจะตรงกันข้ามเลยทีเดียวก็ได้  วันนี้เรามีเคล็ดลับการตั้งน้ำพุและน้ำตกที่ถูกต้องมาฝากกันค่ะ

การตั้งน้ำตก

ปัจจุบันมีน้ำตกแบบสำเร็จรูปให้เลือกซื้อมากมาย หรือใครมีฝีมือก็สามารถทำเองได้ แต่ไม่ว่าจะเป็นวิธีซื้อสำเร็จรูปหรือทำเองก็ใช้ได้เหมือนกัน แต่สิ่งที่ต้องคำนึงถึงเมื่อติดตั้งคือ ทิศทางการไหลของน้ำ ต้องให้ไหลเข้าหาตัวบ้าน บ่งบอกถึงการพาเงินพาทอง พาโชคลาภเข้าบ้าน หากตั้งให้ทิศทางของน้ำไหลออกจากตัวบ้านก็จะทำให้เงินทองไหลออก ดังนั้นหากใครเกิดปัญหาติดขัดเงินทอง ลองสังเกตน้ำตกที่ติดตั้งว่ามีทิศทางการไหลของน้ำออกจากตัวบ้านหรือไม่ ถ้าใช่รีบแก้ไขเสีย แล้วโชคลาภเงินทองจะสะดวกขึ้นแน่นอนค่ะ

5.2

ฝากร้านนน !!! ผ้าคลุมเตียง ผ้าปูที่นอนสีพื้น ผ้าห่มนาโน เบาะรองนั่งราคาถูก ครบจบร้านนี้เลยจ้า

ชุดเครื่องนอน

ตกแต่งพื้นบ้านเป็นรูป 3 มิติสำหรับผู้ที่ชื่นชอบทะเล

เคยมั้ย ที่เบื่อบรรยากาศในบ้านสุดๆ อยากไปเที่ยวทะเล อยากไปเดินห้าง อยากนอนนับดาว ฯลฯ แต่ก็ได้แค่คิด เพราะความจริงเราก็ยังอยู่ในบรรยากาศเดิมๆ บ้านหลังเก่า ห้องนอนห้องเดิม กินข้าวด้วยบรรยากาศเดิมๆ อย่าเพิ่งหมดหวังค่ะ ชีวิตมีทางเลือกเสมอ  เรามีไอเดียเด็ดๆ ตกแต่งพื้นบ้านของคุณให้เป็นสถานที่ที่คุณชอบ ที่คุณอยากไปสัมผัสมากที่สุดโดยเฉพาะทะเล มาดูกันเลยค่ะ ว่าไอเดียตกแต่งพื้นบ้านให้มีบรรยากาศเป็นทะเล เป็นยังไง

ห้องน้ำริมทะเล หาดทราย สายลม

คงจะดีไม่น้อย ถ้าทุกครั้งที่เข้าห้องน้ำจะได้สัมผัสบรรยากาศหาดทราย ทะเล บรรยากาศโปร่งสบาย น้ำใสมองเห็นปลาดาว แทบไม่อยากออกจากห้องน้ำเลยใช่มั้ยคะ เพียงแค่ติดกระเบื้องพื้นเป็นลวดลายของหากทะเลที่สวยงามหรือติดวอลเปเปอร์พื้นชนิดกันน้ำก็ได้ แค่นี้ห้องน้ำธรรมดาๆ ของเราก็จะกลายเป็นห้องน้ำที่ให้บรรยากาศเหมือนได้อยู่ท่ามกลางทะเลแล้วล่ะ

4.1

ห้องครัว ชิดติดทะเล ต้นมะพร้าว และฟ้าใสๆ

ลืมไปเลยว่าไม่ชอบเข้าครัว ไม่ชอบบรรยากาศทึมๆ ในครัว คราวนี้คุณจะเข้าครัวปรุงอาหาร โชว์เสน่ห์ปลายจวักได้เต็มที่ เพราะบรรยากาศที่สดชื่น คล้ายสัมผัสไอทะเลตลอดเวลา จิตใจที่มีความสุข ย่อมทำทุกสิ่งด้วยใจที่มีความสุข อาหารมื้อนั้นก็กลายเป็นมื้อพิเศษด้วยอาหารรสเลิศ จริงๆ ค่ะ

4.2

พื้นห้อง 3 มิติ เห็นปลาแหวกว่ายใต้น้ำใส

อะไรจะมีความสุขเท่า เมื่อคุณเลิกงานย่างเท้าเข้าบ้าน แล้วพบกับบรรยากาศสดใส เห็นน้ำใสๆ มีปลาแหวกว่ายอยู่ใต้เท้าของคุณ  ความเหนื่อยเมื่อยล้าจากการงาน แทบจะหายมลายไปทันที ยิ่งได้เครื่องดื่มเย็นๆ ที่วางรออยู่บนเคาน์เตอร์ บอกได้เลย ชีวิตจะยังต้องการอะไรอีก เมื่อความสุขอยู่ในบ้านของคุณทุกเวลา ซึ่งคุณสามารถเพิ่มความสุขเหล่านี้ให้กับตัวเองได้ไม่ยากเลยล่ะ

4.3

ห้องแสนสุขสำหรับเด็ก

แทบไม่ต้องจินตนาการเลยว่า เด็กๆ จะมีความสุขมากขนาดไหนถ้าได้เห็นเจ้าโลมาหรือวาฬ อยู่ในบ้านหรือในห้องตลอดเวลา คุณอาจจะตกแต่งพื้นบ้านให้มีรายละเอียดเกี่ยวกับสัตว์น้ำอื่นๆ ใต้ท้องทะเล เด็กๆ จะได้เรียนรู้เกี่ยวกับธรรมชาติไปในตัว อีกทั้งการตกแต่งพื้นห้องแบบนี้ยังช่วยพัฒนาการลูกน้อยได้อีกด้วยนะ

ตอนนี้คุณมีทะเลที่ไหนสักที่ ที่อยากไปหรือยังคะ ถ้ามีแล้ว รีบไปเลยค่ะ ไปเลือกซื้อของแต่งบ้าน แล้วมาทำเป็นพื้นบ้านให้เป็นทะเลที่คุณอยากไป ไม่ต้องเดินทางไปทะเลจริงๆ  แถมยังเสมือนได้อยู่ชิดติดทะเลได้ทุกวันทุกเวลาที่อยู่บ้าน แค่คิดก็มีความสุขแล้วใช่มั้ยคะ ซึ่งวิธีนี้จะเหมาะกับคนที่ไม่ค่อยมีเวลาได้ไปเที่ยวมากทีเดียว ถึงแม้จะไม่ได้มีความสุขทางกายแต่แค่มีความสุขทางใจก็ดีที่สุดแล้วจริงไหมคะ

 

ไอเดียการจัดตกแต่งบ้าน 5 แบบ 5 สไตล์ที่สวยจนต้องอยากจัดตาม

3.1

แต่ละคนมีรูปแบบการใช้ชีวิตที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับความชอบ ทัศนคติ รสนิยม เงื่อนไขชีวิต ฯลฯ สำหรับเรื่องบ้าน รวมทั้งการจัดตกแต่งบ้าน แต่ละคนก็จะชอบในแบบที่เป็นของตนเอง มาลองค้นหาและสร้างแรงบันดาลใจเกี่ยวกับการเลือกแต่งบ้านในสไตล์ที่เป็นคุณ กับไอเดียการจัดตกแต่งบ้าน 5 แบบ 5 สไตล์ ที่เราขอนำมาฝากกันดีกว่าค่ะ ใครชอบแบบไหนและแบบไหนที่เป็นสไตล์ของคุณ ก็ลองนำไปปรับใช้กับการตกแต่งบ้านของคุณกันดูนะคะ

แต่งบ้านแบบคลาสสิค

สไตล์คลาสสิค  เป็นการจัดตกแต่งภายในบ้านด้วยเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่ ใช้โทนสีที่ดูอบอุ่นมีสไตล์ หรูหรา ดูมีฐานะ ซึ่งการตกแต่งสไตล์นี้จะต้องการพื้นที่ที่มีขนาดใหญ่มากเป็นพิเศษ จึงไม่ค่อยเหมาะกับบ้านหรือห้องที่มีขนาดเล็กสักเท่าไหร่ เพราะจะทำให้ห้องดูแคบลงได้นั่นเอง

3.2

แต่งบ้านสไตล์โมเดิร์น

สไตล์โมเดิร์น มีความทันสมัยเปลี่ยนแปลงได้ตามกาลเวลา การออกแบบตกแต่งเน้นให้ตรงกับความต้องการของคนหนุ่มสาว ใช้เฟอร์นิเจอร์ที่เรียบง่าย สีสันนำสมัย เฟอร์นิเจอร์แต่ละชิ้นแต่มีคุณภาพและใช้ประโยชน์ได้จริง แถมยังทำให้บ้านดูสวยน่าอยู่และทันสมัยขึ้นอีกด้วยนะ

3.3

แต่งบ้านสไตล์มินิมอล

สไตล์มินิมอล  “ความน้อย” ที่เปี่ยมด้วยเสน่ห์และความลงตัว เป็นการตัดทอนเอาสิ่งที่ไม่จำเป็นออกให้เหลือแต่ส่วนที่มีความจำเป็น ถือว่าเป็นหัวใจหลักในการออกแบบ เน้นรูปทรงเรขาคณิต น้อยสี เส้นสายตรงไปตรงมา แต่ก็แฝงไปด้วยความสวยงามที่น่าค้นหา ลึกลับและยังทำให้บ้านดีเสน่ห์มากขึ้นอีกด้วย

3.4

แต่งบ้านสไตล์วินเทจ

สไตล์วินเทจ เป็นสไตล์ทำให้ความคลาสสิคกลับมาร่วมสมัย เช่น การเอาเฟอร์นิเจอร์มือสองของแต่งบ้านเก่าๆ กลับมาทำใหม่หรือเอามาใช้ใหม่ หรืออาจจะนำเฟอร์นิเจอร์ใหม่ๆ มาตกแต่งให้ดูเป็นของเก่าๆ ร่วมสมัยก็ได้

3.5

แต่งบ้านสไตล์เรโทร  

สไตล์เรโทร เป็นรูปแบบการแต่งบ้านที่มีการใช้สีสันตกแต่งผนังที่ฉูดฉาด มีเส้นสายและลวดลายแบบกราฟฟิก แต่รูปทรงจะมีความโค้งมนและนุ่มนวลกว่าโมเดิร์น

แต่ละแบบที่นำเสนอ ถ้ายังไม่ตรงใจคุณเท่าไร ก็อาจนำแต่ละสไตล์มา mix and match กันก็ได้ ก็จะเป็นอีกสไตล์หนึ่งที่ตรงกับคุณมากกว่า เมื่อเลือกสไตล์ได้แล้ว การเลือกซื้อของตกแต่งบ้านก็ง่ายขึ้นมาก สามารถวางแผนการตกแต่ง  ควบคุมงบประมาณไม่ให้บานปลายได้  ดังนั้นจึงควรใส่ใจรายละเอียด เลือกสีที่ชอบ คุมโทนสีต่างๆ ตกแต่งให้มีเสน่ห์และความพอดีของสีที่น่าสนใจ อย่างไรก็ตาม สไตล์การแต่งบ้านแต่ละสไตล์มีข้อดีและสวยงามต่างกันไป สิ่งสำคัญคือ ควรเลือกแบบที่คุณชอบจริงๆนะคะ

ตกแต่งห้องนอนด้วย ชุดเครื่องนอน ผ้าปูที่นอน สวยๆ จะทำให้นอนหลับสบายย ด้วยผ้าห่มนาโน

ชุดเครื่องนอน ผ้าปูที่นอน

หลักการจัดสวนหย่อมข้างบ้านให้สวยงามน่าอยู่

2.1

ในตัวเมืองใหญ่ๆ พื้นที่ส่วนใหญ่มีราคาสูง และถูกจับจองเป็นร้านค้า ห้างหรืออาคารเสียส่วนใหญ่ พื้นก็จะมีแต่พื้นซีเมนต์ หาพื้นที่สีเขียวยากมากๆ  ผู้คนส่วนใหญ่ที่มีบ้านอยู่ในเมืองใหญ่ๆ ที่ต้องการให้บ้านร่มรื่น มีสีสรรค์ของต้นไม้ใบหญ้าบ้าง จึงนิยมจัดสวนหย่อมไว้ภายในบ้าน ทั้งนี้เพื่อนำมาทดแทนพื้นที่สีเขียวที่ขาดหายไป และเพิ่มความโดดเด่นสวยงามให้กับบ้านนั่นเอง

การจัดสวนหย่อม เป็นการจัดสวนขนาดเล็กๆ ใช้พื้นที่ในการจัดไม่มาก โดยจัดเป็นจุดๆ ในบริเวณต่างๆ ของบ้าน ไม่ว่าจะเป็นสวนหน้าบ้าน มุมตัวบ้าน มุมต้นไม้ใหญ่ บริเวณมุมใดมุมหนึ่งของสนามหญ้าหรือหน้าบ้าน กลางบ้านหรือบริเวณทางเดิน ที่สามารถจัดได้ทั้งบนพื้นที่ราบ ลาดเอียงหรือเนินก็ได้  เพื่อเพิ่มความโดดเด่นสวยงามและความร่มรื่น น่าอยู่ให้กับบ้านของคุณยิ่งขึ้น เพราะฉะนั้นเรามาจัดสวนหย่อมข้างบ้านของเรากันดีกว่าค่ะ

องค์ประกอบของการจัดสวนหย่อม

ไม้ประธาน

ไม้พุ่มที่เป็นจุดเด่นของสวนหย่อม อาจเป็นไม้ระดับสูงเช่น หมากเขียว สิบสองปันนา ปรงญี่ปุ่น สนบลู ไม้ดัด หรือไม้ระดับต่ำกว่านี้แต่มีความโดดเด่น ของรูปทรง เช่น อากาเว่ ในกรณีที่สวนหย่อมอยู่ตรงมุมอาคาร หรือริมกำแพง ไม้ประธานที่เป็นพุ่มสูงสามารถใช้เป็นองค์ประกอบที่ช่วยลดความกระด้างของกำแพงได้เป็นอย่างดีเลยล่ะ แถมยังทำให้กำแพงบ้านดูมีสีสันขึ้นอีกด้วยนะ

2.2

ไม้พุ่มประดับรองจากไม้ประธาน

ไม่พุ่มประดับก็เป็นองค์ประกอบที่สำคัญในการจัดสวนหย่อมอีกอย่างหนึ่งเลยล่ะ ซึ่งจะเชื่อมระดับความสูงระหว่างไม้ประธานไปสู่ไม้คลุมดินได้อย่างดีและเพิ่มสีสันให้กับสวน เช่น เทียนทอง รางทอง เศรษฐีไซ่ง่อน เป็นต้น

ไม้คลุมดิน

ไม้ประดับต่ำสุด เป็นองค์ประกอบที่เชื่อมระดับความสูงกับพื้นที่สนามหญ้า เลือกสีให้ตัดกับไม้พุ่ม เพื่อให้สวนโดดเด้งขึ้นมา ตัวอย่างเช่น หัวใจม่วง ผกากรอง คุณนายตื่นสาย ดาดตะกั่วเป็นต้น ซึ่งไม้คลุมดินเหล่านี้จะช่วยคลุมหน้าดินและยังทำให้พื้นสวนหย่อมดูสวยน่าชมมากเลยล่ะ

2.3

องค์ประกอบอื่นๆ ของสวน

ส่วนองค์ประกอบอื่นๆ ของสวนที่สำคัญได้แก่ หิน แปลงกรวด ประติมากรรม บ่อน้ำขนาดเล็ก น้ำพุ น้ำตก เป็นต้น เคล็ดลับเกี่ยวกับการวางหินประดับสวน ควรเป็นหินชนิดเดียวกันเพื่อให้เกิดความกลมกลืนหรือใช้จังหวะของการจัดวางและวิธีการวาง ตั้ง นอน เพื่อให้เกิดความน่าสนใจ หินชนิดเดียวกันที่มีรูปทรงเดียวกันนั้นจัดสวนได้ยาก

หากใครกำลังมองหาแรงบันดาลใจในการจัดสวนอยู่แล้วละก็อย่ารอช้าค่ะ ลุยเลยเพื่อสร้างพื้นที่สีเขียวเติมจิตสดชื่นให้กับตัวเองและบ้านของเรา และที่สำคัญอย่าลืมนำไอเดียของเราไปจัดสวนหย่อมกันดูนะคะ รับรองเลิศแน่นอน

ชวนจัดโต๊ะทำงานให้สวยงามและเป็นระเบียบ

ถ้าบ้านคือ สิ่งสะท้อนรูปแบบการใช้ชีวิตของผู้อยู่อาศัย โต๊ะทำงานก็คือภาพลักษณ์ของเจ้าของโต๊ะ ดังนั้นการจัดโต๊ะทำงานให้มีระเบียบ จึงนับเป็นไอเดียที่ชาญฉลาดที่ช่วยประชาสัมพันธ์ตัวเอง นอกเหนือจากจะเอื้อความสะดวกและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานแล้ว เรายังสามารถใส่ไอเดียในการจัดแต่งที่เราชื่นชอบได้อีกด้วย ซึ่งก็จะทำให้โต๊ะทำงานของเราดูสวยและน่าใช้กว่าเดิมมากทีเดียวเลยล่ะ

1.1

จัดหมวดหมู่ของใช้ให้เป็นระเบียบ

จัดหมวดหมู่ของใช้ บรรดาอุปกรณ์เครื่องมือต่างๆ ในลิ้นชัก ใส่กล่องเล็กๆ ลงในลิ้นชัก เพื่อแยกเก็บของแต่ละประเภทให้เป็นระเบียบ เช่น กล่องสำหรับใส่เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์อย่างกล้องดิจิตัล กระเป๋าสตางค์ โทรศัพท์มือถือ อุปกรณ์ชาร์จแบตเตอรี่ แยกต่างหากจากกล่องใส่อุปกรณ์สำนักงานเล็กๆ อย่างคลิปหนีบกระดาษ เป็นต้น ซึ่งก็จะทำให้โต๊ะทำงานดูเป็นระเบียบมากขึ้นและหยิบจับของได้ง่ายอีกด้วย

จัดของที่ใช้บ่อยๆ ไว้ใกล้ตัว

ส่วนของที่เรามักจะใช้บ่อยๆ เป็นประจำ ควรตั้งไว้ใกล้ตัวที่สุด ถ้าโต๊ะทำงานของคุณมีลิ้นชักหลายช่องให้ใช้ช่องที่อยู่ใกล้มือ สะดวกในการดึงเข้าดึงออกเซ็ตเป็นพื้นที่สำหรับใส่อุปกรณ์การทำงานที่ใช้เป็นประจำทุกวัน รวมถึงอุปกรณ์ที่ใช้เป็นประจำทุกสัปดาห์ทุกเดือน เพื่อความสะดวกในการค้นหา เช่น ที่เย็บกระดาษ โพสอิท ลิคควิดเปเปอร์ ส่วนใครที่โต๊ะไม่มีลิ้นชักมากมาย เสริมฟังก์ชั่นให้โต๊ะได้ด้วยการหาถาดใส่ของแบบที่มีหลายชั้นมาวางไว้ด้าน ซ้ายหรือขวามือของจอคอมพิวเตอร์ โดยแบ่งถาดบนใส่เอกสาร ถาดล่างใส่อุปกรณ์ที่จำเป็นต้องใช้ ไล่ลำดับอุปกรณ์ที่ใช้บ่อยที่สุด ลงมาถึงนานๆ ครั้ง จากชั้นบนลงมาถึงพื้นโต๊ะ

1.2

จัดแบ่งไฟล์เอกสารให้เป็นระเบียบ

จัดและแบ่งหมวดหมู่ไฟล์เอกสาร โดยจัดแยกประเภทของข้อมูลงานเป็นหมวดต่างๆ จัดลำดับความเร่งด่วนของงานรูปแบบเอกสารและนำรวมเข้าแฟ้มต่างๆ ที่ติดสันด้วยกระดาษสีมีดีไซน์และตัวหนังสือบอกเนื้อหา เพื่อความสะดวกสบายในการค้นหา

สายไฟ เก็บไว้ในที่ลับตา

จัดการกับเรื่องเส้นสาย เก็บสายไฟไม่ว่าจะเป็นสายคอมพิวเตอร์ สายโทรศัพท์ ให้เป็นระเบียบเรียบร้อยด้วยการใช้เทปสักหลาดสีกลมกลืนกับโต๊ะไล่ติดยึดเส้นสายไฟให้แนบกับโต๊ะเป็นระยะ พยายามติดในบริเวณที่ลับตา หรือซ่อนไว้ในซอกมุมที่ไม่เห็นเพื่อความสะอาดและสวยงาม

หนังสือ ติดโต๊ะไว้ก็ดีนะ

เติมวิสัยทัศน์ให้โต๊ะทำงาน ด้วยการหาหนังสือวิชาความรู้ที่เกี่ยวกับสายงานมาวางไว้สักเล่มสองเล่ม ที่มีที่คั่นหนังสือแทรกในบางหน้า จะช่วยเสริมภาพลักษณ์ให้คุณเป็นคนมีวิสัยทัศน์และขยันใฝ่หาความรู้เพิ่มเติมอยู่เสมอ ที่สำคัญหากคุณหยิบมันมาอ่านและนำไปใช้ประโยชน์จริงๆ ก็จะช่วยส่งเสริมความก้าวหน้าในอาชีพได้

 

จัดการกับลุคสโมคกี้อายให้เป๊ะ

เชื่อว่าลุคในการแต่งหน้าที่สาวๆใช้เป็นไม้ตาย หนึ่งในนั้นคือลุคสโมคกี้อายใช่ไหมคะ หลายคนเคยลองแต่งหน้าแบบนี้แล้วกลายเป็นแพนด้า หรือเหมือนเพิ่งโดนใครต่อยมา แต่ไม่ต้องกังวลอีกต่อไปค่ะ เพราะวันนี้มีเคล็ดลับจากเมคอัพอาร์ตติส คุณ Mima Jose จาก  the Top L’Oréal Paris ProArtist และคุณ Dell Ashley โดยเว็บไซต์ makeup.com  มาฝาก สาวๆจะได้นำเคล็ดลับนี้ไปใช้ในการแต่งหน้าแบบสโมคกี้อายในครั้งต่อไป ให้ออกมาดูดีเหมือนมีเมคอัพอาร์ตติสมืออาชีพมาแต่งให้เลยล่ะค่ะ มีคำแนะนำไว้ดังนี้ค่ะ

5.1

1.ลงอายแชว์โดว์ย้อนกลับ

คุณ Jose บอกว่าหลายคนมักจะลงสีที่เข้มที่สุดก่อนที่รอยพับของเปลือกตา และใช้อายไลน์เนอร์สีเข้มตั้งแต่แรก แต่คุณ Jose แนะนำว่าให้เริ่มลงอายแชว์โดว์จากโหนกคิ้วก่อน เพราะจะช่วยให้เราเกลี่ยสีของอายแชว์โดว์ได้ง่ายขึ้น และไม่พลาดกลายเป็นแพนด้าค่ะ และคุณ Jose แนะนำให้เลือกลงไฮไลท์จากโทนสีกลางๆก่อน วิธีนี้เหมาะที่จะไล่ระดับสีของอายแชว์โดว์และทำให้สีของอายแชว์โดว์ไม่เลือนหายไปง่ายๆค่ะ วิธีนี้ไม่ว่าสาวๆจะมีรูปตาแบบไหนก็สามารถทำได้ จากนั้นค่อยลงอายแชว์โดว์สีเข้มขึ้นอีกนิดและเกลี่ยให้เข้ากันโดยใช้แปรง ตรงนี้ให้ระวังไม่ให้สีที่เราลงเพิ่มไม่เข้มโดดกว่าสีที่เราลงที่เปลือกตาครั้งแรกนะคะ ต่อมาจึงลงสีอายแชว์โดว์ที่เข้มที่สุด และลงใกล้กับแนวขนตาแล้วเกลี่ยให้เนียนก็เป็นอันเสร็จแล้วค่ะ

2.ใช้อายไลน์เนอร์แบบดินสอเป็นพื้น

ถ้าสาวๆต้องการให้ลุคสโมคกี้อายนี้เข้มขึ้น คุณ Jose แนะนำว่า ให้ใช้อายไลน์เนอร์สีดำเป็นพื้นค่ะ โดยลงให้ทั่ว แล้วลงอายแชว์โดว์จากนั้นก็เกลี่ยให้กลมกลืนกันค่ะ ถ้าหากว่าได้สีที่เข้มมากเกินกว่าที่เราต้องการ แก้ได้โดยการพยายามเกลี่ยออกหลายๆครั้งค่ะ

3.สโมคกี้อายสำหรับลุคกลางวันแต่งให้ใกล้กับแนวขนตา

คุณ Dell Ashley แนะนำว่าลุคสโมคกี้อายสำหรับกลางวันควรแต่งหน้าให้ออกมาดูอ่อนกว่าแบบที่จะแต่งตอนกลางคืนค่ะ โดยการแต่งตาให้ใกล้กับขนตา พยายามอย่าแต่งให้เข้มจนเกินไป และกรีดตาเฉพาะขอบตาล่างค่ะ โดยที่ไม่กรีดหางตาต่อออกไปค่ะ เพราะจะทำให้ดูเข้มจนเกินไปนั่นเอง

รู้เคล็ดลับการแต่งหน้าจากเมคอัพอาร์ตติสกันไปแล้ว สาวๆอย่าลืมเอาไปปรับใช้ในการแต่งหน้าแบบสโมคกี้อายครั้งต่อไปเพื่อลุคสวยเป๊ะกันนะคะ บอกลาปัญหาตาแพนด้าได้เลยค่ะ

 

9 ลุคน่ารักๆสำหรับคืนเดท

มีหนุ่มมาขอเดท สาวๆอย่างเราก็ต้องคิดเตรียมทั้งเสื้อผ้าหน้าผมให้สวยเป๊ะ เพื่อให้คู่เดทของเราประทับใจจนอยากขอเดทต่อในครั้งต่อไปอีก หลายคนกังวลว่าแล้วเราจะแต่งหน้าแบบไหนดี แบบนี้แรงไปไหม แบบนั้นดูจืดไปหรือเปล่า ดังนั้นเว็บไซต์ allure.com เลยรวบรวมลุคน่ารักๆที่เหมาะจะให้สาวๆแต่งหน้าไปเดทกันค่ะ ลองมาดูกันเลย

4.1

BORDEAUX LIPS

ลุคนี้เน้นที่ริมฝีปากของสาวๆให้โดดเด่น เตะตาด้วยการเลือกใช้ลิปสติกโทนสีแดงเข้ม และแต่งหน้าส่วนอื่นๆด้วยโทนสีน้ำตาลอ่อน และเน้นใช้สีที่ใกล้เคียงกลืนไปกับผิวหน้าของเราเพื่อที่จะขับเน้นจุดโฟกัสมาที่ริมฝีปากอันเย้ายวนนั่นเองค่ะ แต่อย่าลืมดัดขนตาและปัดมาสคาร่าให้ขนตาของเราดูงอนยาวเพิ่มเสน่ห์ให้ดวงตาด้วยนะคะ

ALLOVER BRONZE

การแต่งหน้าลุคนี้เน้นความเป็นธรรมชาติ ให้ใบหน้าของเราดูกระจ่างใสโดยใช้บรอนเซอร์แบบฝุ่นมาเป็นตัวช่วยคุมโทน และใช้อายไลน์เนอร์สีน้ำตาลมากรีดให้ดวงตาของเราดูสวยเฉี่ยว ส่วนริมฝีปากเลือกลิปสติกสีสว่างๆ เช่นสีน้ำตาลอ่อนนิดๆ หรืออาจจะใช้โทนสีนู้ดเพื่อโชว์ให้เห็นริมฝีปากเรียบเนียนอวบอิ่มดูสุขภาพดีของสาวๆกันค่ะ

CHAMPAGNE SMOKY EYES

สโมคกี้อาย ลุคนี้ถึงหลายๆคนจะนึกถึงว่าจะออกมาแบบเซ็กซี่แต่เราก็สามารถทำให้ลุคนี้ออกมาน่ารักเหมาะสำหรับคืนเดทนี้ได้ค่ะ ด้วยการเลือกอายแชว์โดว์ที่สีสว่างและดูเบาขึ้นกว่าการแต่งหน้าสโมคกี้อายแบบปกติ เช่น สีน้ำตาลอ่อน และแทนที่เราจะเกลี่ยให้สีของอายแชว์โดว์ดูเข้มไปเต็มเปลือกตา เราก็แทนที่ด้วยการเกลี่ยให้สีดูเบาลงและยังเหลือที่ว่างของเปลือกตาให้มากขึ้นค่ะ

4.2

CLASSIC SMOKY EYES

แต่สาวๆบางคนก็ยังคงชื่นชอบและมั่นใจในลุคการแต่งหน้าแบบสโมคกี้อาย และเลือกใช้ลุคนี้ในการไปเดทด้วย ซึ่งก็ไม่มีกฎเกณฑ์อะไรตายตัวในการเอามาห้ามว่าไม่ควรแต่งหน้าแบบไหนไปเดทกันหรอกนะคะ เพียงแค่สาวๆมั่นใจก็จัดการได้เลยค่ะ ลุคนี้หลายๆคนคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี คือการใช้อายไลน์เนอร์แบบดินสอสีดำระบายลงบนเปลือกตา หลังจากนั้นก็จัดการเกลี่ยให้กลืนสม่ำเสมอกันทั้งเปลือกตา และลดความเข้มดุของตาด้วยการเกลี่ยบริเวณด้านบนของเปลือกตาให้สีอ่อนลงไม่ดูเป็นขอบของสีที่ชัดเจนนั่นเองค่ะโดยหัวใจของลุคนี้คือดวงตาที่เราตั้งใจแต่งแต้มมาอย่างดี ดังนั้นสาวๆควรจะใช้คอนซีลเลอร์หรือรองพื้นในการปกปิดรอยต่างๆบนใบหน้าให้เรียบร้อยนะคะ หนุ่มๆจะได้โฟกัสมาที่ดวงตาอันทรงเสน่ห์ของสาวๆที่เดียวไม่มีจุดไหนมาดึงความสนใจไปได้

PURPLE EYES

ดวงตาสีม่วงสดใสนี้จะช่วยให้สาวๆดูสดชื่น เปี่ยมไปด้วยพลังงาน น่าเข้ามาพูดคุยด้วยค่ะ สำหรับอายแชว์โดว์สีม่วงยังเหมาะกับทุกสีผิวโดยอาจเน้นโทนม่วงอ่อนไปจนถึงม่วงเข้มแล้วแต่สีผิวของสาวๆค่ะ จากนั้นจัดการกรีดอายไลน์เนอร์สีดำ และปัดมาสคาร่าเบาๆให้ขนตาดูไม่หนาหนักจนเกินไปเพื่อเพิ่มให้ลุคนี้ดูมีเสน่ห์ หรูหราและน่าค้นหาค่ะ

FLUSHED CHEEKS

ลุคนี้นึกถึงแก้มอมชมพูมีเลือดฝาดแบบเด็กเวลาแก้มแดงเป็นธรรมชาติ ดูน่ารักน่าหยิกดีใช่ไหมคะ เคล็ดลับคือการใช้ครีมบรัชออนเนื้อบางเบาเกลี่ยให้กลืนไปกับผิวหน้า และแตะครีมบรัชออนเบาๆที่จุด Apple of the cheeks (คือจุดที่เวลาเรายิ้มแล้วแก้มของเราจะกลมๆนูนขึ้นมา จุดนั้นนั่นแหละค่ะ) แล้วเกลี่ยย้อนขึ้นไปทางหูก็จะช่วยทำให้แก้มของเราดูสดใสเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้นค่ะ ส่วนโทนสีของครีมบรัชออน แนะนำสีชมพูกุหลาบสำหรับสาวที่มีสีผิวอ่อน โทนสีปะการังสำหรับสาวผิวสีอ่อนถึงกลางๆ และโทนสีน้ำตาลปนแดงสำหรับสาวสีผิวกลางถึงแทนค่ะ

4.3

TANGERINE LIPS

เป็นลุคสบายๆง่ายๆเป็นกันเองค่ะ ด้วยการใช้นิ้วในการทาลิปสติกที่ริมฝีปากของเรา โดยเลือกโทนสีที่จะทำให้ริมฝีปากของเราดูสว่างและชุ่มชื่นค่ะ โดยที่ไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับการวาดขอบริมฝีปากแต่อย่างใดนะคะ ขอแค่ลิปสติกไม่เลอะออกมาก็โอเคแล้วค่ะ เพราะลุคนี้เน้นความสบายๆผ่อนคลายค่ะ

ICY METALLIC EYES

สีเงินก็ดูจะเป็นสีที่ช่วยให้สาวๆดูเปล่งประกายได้อยู่เสมอค่ะ ลุคนี้ให้สาวๆเขียนขอบตาด้วยอายไลน์เนอร์สีดำหรือสีน้ำตาลเข้ม จากนั้นก็ลงอายแชว์โดว์โทนสีเงินแวววาวได้เลยค่ะ แต่ระวังค่อยๆในการลงสีนะคะ จากบางเบาก่อนแล้วค่อยเข้มขึ้น จากนั้นจึงทำการเกลี่ยให้สม่ำเสมอทั่วทั้งเปลือกตาค่ะ

BOLD LASHES

ลุคนี้เน้นที่ขนตาดูหนา งอนยาว ขับเน้นให้ดวงตาดูหวานขึ้นมาได้อย่างไม่น่าเชื่อเลยล่ะค่ะ หัวใจสำคัญของการแต่งหน้าลุคนี้คือการทำให้ขนตาดูหนา งอนยาวอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่มีมาสคาร่ามาเกาะที่เส้นขนตาเป็นก้อน หรือขนตาของเราดูหนาหนักจนเกินไปค่ะ โดยเน้นที่การดัดขนตาให้งอนก่อนการปัดมาสคาร่านะคะ อย่าได้ปัดมาสคาร่าแล้วค่อยมาดัดขนตาเชียว

สำหรับลุคการแต่งหน้าที่นำมาฝากในวันนี้ หวังว่าจะมีประโยชน์ให้สาวๆจะลองเอาไปปรับใช้ให้เข้ากับเสื้อผ้าหน้าผมในคืนสำคัญของตัวเองกันนะคะ

8 ไอเทมจากเกาหลีที่ต้องลอง

เรื่องเครื่องสำอาง ความสวยความงาม เทรนด์ในการแต่งหน้า การแต่งตัวหนึ่งในประเทศที่เรานึกถึงก็ต้องมีแดนกิมจิ ประเทศเกาหลีใต้ใช่ไหมคะ เชื่อว่าสาวๆหลายคนคงทั้งเคยไปเที่ยวและลองใช้เครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีอยู่มากมายหลายชนิดกันแล้ว แต่เพราะมีมากมายหลายชนิดกันเหลือเกิน แถมยังสารพัดสารพันคุณสมบัติอีก น่าสับสนและงงมากๆเลยล่ะค่ะ วันนี้เว็บไซต์ michellephan.com เลยมี 8 ไอเทมจากเกาหลีที่อยากแนะนำให้สาวๆลองใช้กันค่ะ

3.1

1.Skin Food Black Sugar Mask Wash Off  มีส่วนผสมของวิตามินหลายชนิด กรดไกลโคลิก และส่วนผสมเกลือแร่ที่ช่วยบำรุงผิว  มาส์กนี้ยังช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าบนใบหน้า กำจัดน้ำมันส่วนเกินรวมถึงเซลล์ที่ตายไปแล้วออกไปด้วยค่ะ

2.Amore Pacific Cushion Compact  คือรองพื้นที่เหมาะกับทุกสภาพผิวค่ะ เพราะเนื้อเป็นแบบบางเบาจึงสามารถซึมซับได้อย่างรวดเร็ว แนะนำให้ใช้ฟองน้ำมาช่วยเวลาลงรองพื้นด้วยนะคะ ซึ่งจะช่วยลดปัญหาในการลงรองพื้นแล้วผิวหน้าของเราจะดูหนาเป็นหน้าเค้กไปเลยค่ะ

3.Innisfree Green Tea Mask  มาส์กนี้อุดมไปด้วยสารสกัดจากสมุนไพรและสารต่อต้านอนุมูลอิสระ จะช่วยให้ผิวหน้าของเราได้รับการฟื้นฟูและการบำรุงจากสารสกัดต่างๆค่ะ เมื่อมาส์กเสร็จแล้วผิวหน้าของเราก็จะรู้สึกสดชื่นและมีกลิ่นหอมอ่อนๆด้วยนะคะ

3.2

4.Mizon Snail Recovery Gel Cream อย่าทำให้เหมือกหอยทากมาทำให้สาวๆยี้จนไม่กล้าลองใช้เจล ครีมนี้เลยนะคะ เพราะเหมือกหอยทากนี้สารพัดประโยชน์จริงๆค่ะ ทั้งช่วยให้ผิวดูกระจ่างใสขึ้น ทำให้รอยสิวจางลง ช่วยป้องกันการเกิดสิว และช่วยชะลอการแก่ของผิวด้วยนะคะ โอ้โห สรรพคุณมากมายแบบนี้ ช้าไม่ได้แล้วแหละค่ะ

5.Too Cool For School Art Class Pencil Eraser Eye Makeup Remover นี่คือสิ่งที่สาวๆหลายคนรอคอยค่ะ เพราะจะช่วยให้ชีวิตเราง่ายขึ้นเยอะเลยเวลาที่กรีดอายไลน์เนอร์แล้วพลาดพลั้งไประหว่างแต่งหน้า ใช้ง่ายมากเหมือนเราใช้ยางลบลบรอยดินสอเลยล่ะค่ะ ไม่ต้องง้อทิชชู่และสำลีแล้ว

6.Nexcare Acne Dressings สติ๊กเกอร์แปะสิวนี้เป็นสิ่งที่หลายคนคุ้นเคยและใช้กันจนแทบจะไม่ต้องอธิบายกันแล้ว เพียงแค่เอาแปะไปที่สิวเท่านั้นแล้วเข้านอน พอตื่นขึ้นมาสิวที่บวมเป่งก็จะยุบลงอยู่ในระดับที่เราสามารถแต่งหน้าได้อย่างสบายใจมากขึ้นค่ะ

7.Tonymoly Kiss Kiss Lovely Lip Patch  มาส์กริมฝีปากที่จะช่วยคืนความชุ่มชื่น เรียบเนียนและอวบอิ่มให้กับริมฝีปากของสาวๆหลังจากที่เจอแดดอันร้อนแรงมาตลอดทั้งวัน ชิ้นนี้อาจจะต้องใช้ตอนอยู่คนเดียวนะคะ เพราะถ้าอยู่กับคนอื่นอาจจะหลุดหัวเราะออกมาได้ มาส์กก็จะไม่ได้ผลเท่าที่ควรนะคะ

8.Face Shop Rice Water Brightening Cleansing Light Oil  สาวๆหลายคนพยายามหาเมคอัพรีมูฟเวอร์ที่อ่อนโยนต่อผิว ไม่ทำร้ายผิวหน้าของเรา ขอแนะนำผลิตภัณฑ์นี้เลยค่ะ เพราะนอกจากจะขจัดเครื่องสำอางได้หมดจดแล้ว ยังไม่ทำให้ผิวแห้งและไม่ระคายเคืองผิวอีกด้วยค่ะ

เชื่อว่าอ่านจบสาวๆหลายคนคงอยากจะลองออกไปเดินหา 8 ชิ้นนี้มาลองใช้กันดู และยังคงมีอีกหลายผลิตภัณฑ์ที่อยู่ในใจของสาวๆที่ไม่ได้พูดถึงในบทความนี้อีก แต่ยังไงก็ตามก่อนจะเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ไหน ควรศึกษาส่วนประกอบและทดสอบอาการแพ้ก่อนใช้นะคะ สาวๆจะได้มีผิวหน้าสุขภาพดีและแต่งหน้าได้อย่างสนุกค่ะ

5 เฉดสีแต่งหน้าสวยๆ ที่ไม่ซ้ำในวันทำงานแต่ละวัน

เชื่อว่าหลายๆคนคงมีอาการคิดไม่ออก ตัดสินใจไม่ได้ว่า เอ๊ะ วันนี้จะแต่งหน้า แต่งตัวแบบไหนไปทำงานดีนะ โดนเฉพาะลิปสติกที่จะช่วยให้ริมฝีปากของเราสวยโดดเด่นขึ้นมา จะเลือกสีอะไรดีนะ ลิปสติกแท่งโปรดที่ใช้บ่อยๆก็ดูจะให้ลุคที่ซ้ำและจำเจขึ้นทุกวัน แล้วเราจะดูน่าเบื่อไปด้วยไหม สาวๆเชิญมาทางนี้ได้เลยค่ะ วันนี้มีลุคการแต่งหน้าด้วย 5 สีลิปสติกแบบไม่ซ้ำเพื่อช่วยให้คุณครีเอตลุคในแต่ละวันได้อย่างไม่จำเจค่ะ

2.1

วันจันทร์  วันนี้ไม่บอกก็รู้ใช่ไหมคะ ว่าวันแรกของการทำงานจะต้องผจญภัยกับทั้งรถติด ต้องรีบไปประชุม พบลูกค้า เป็นวันที่ทุกคนรีบเร่งไปที่ทำงานกัน วันนี้หลายคนจึงมักจะพลาดในการเลือกลิปสติกค่ะ เนื่องจากความเร่งรีบนี่แหละค่ะ จับแท่งไหนได้ จัดการแต่งหน้าให้เรียบร้อยทันที แต่ช้าก่อนค่ะ ลุคที่เร่งรีบแบบนั้น มักจะทำให้เราเกิดความกังวลระหว่างวันว่า เอ วันนี้เราดูโอเคแล้วหรือยังนะ ดังนั้นในวันที่เร่งรีบแบบนี้ ปลุกพลังความสดใส และความพร้อมในการไปทำงานของสาวๆด้วยลิปสติกโทน pinkish coral หรือโทนสีชมพูกลางๆเหมือนชมพูปะการังในท้องทะเลนี้ จะช่วยให้ใบหน้าของเราสดใส ดูเป็นธรรมชาติ พร้อมรับสำหรับวันแรกในการทำงานค่ะ

วันอังคาร วันนี้ขอเสนอลุค สุดยอดนางแบบให้สาวๆค่ะ หลังจากที่วันจันทร์อันแสนเหนื่อยล้าผ่านพ้นไป วันนี้ลองแต่งหน้าอ่อนๆในลุค แมคอัพโนแมคอัพ หรือแต่งหน้าให้ดูเป็นธรรมชาติมากที่สุด ประหนึ่งว่าตื่นนอนมา แล้วก็สะบัดผมสองสามที ก็ได้ลุคนางแบบนี้มาโดยธรรมชาติแล้ว สำหรับลิปสติกที่เลือกใช้ก็เน้นโทนสีธรรมชาติ หรือสีนู้ดก็ได้ค่ะ ลุคนี้สาวๆจะได้อวดผิวที่สุขภาพดีให้เพื่อนๆในที่ทำงานได้มองตามพร้อมกับคิดในใจว่า ถึงแม้จะผ่านวันจันทร์ที่ยุ่งเหยิงขนาดไหน แต่สาวๆก็ยังมีสุขภาพผิวที่ดีเยี่ยม เหมือนสุดยอดนางแบบที่พร้อมทำงานในวันอังคารนี้อย่างมั่นใจค่ะ

วันพุธ กลางสัปดาห์แล้วนะคะ สาวๆบางคนอาจมีเดท หรืออาจมีนัดสำคัญกับลูกค้าหรือนัดประชุมสำคัญในวันนี้ ลองเลือกใช้โทนสีสว่าง ระยิบระยับทั้งดวงตาและริมฝีปากค่ะ เพื่อเรียกพลังสำหรับนัดสำคัญของเราค่ะ โดยตบลิปกลอสสีชมพูสดใสที่ตรงกลางก่อนจะค่อยๆเกลี่ยให้สม่ำเสมอ ช่วยเพิ่มเสน่ห์ให้ริมฝีปากของสาวๆดูอวบอิ่ม เพิ่มความประทับใจให้กับคู่เดทหรือลูกค้าคนสำคัญค่ะ

2.2

วันพฤหัสบดี ทำงานหัวหมุนกันมาสามวันแล้ว วันนี้แนะนำให้สาวๆอยู่ในลุคที่สบายๆ ผ่อนคลายๆ แต่ก็ใช่ว่าเราจะหน้าซีด ปล่อยตัวตามสบายไปทำงานกันนะคะ มีเคล็ดลับเล็กๆมาฝากค่ะ วันนี้เรามากลบเกลื่อนการขี้เกียจแต่งหน้าของเราด้วยการเลือกสีลิปสติกที่จัดเต็มกันสักหน่อย เพื่อให้ดูเหมือนเราแต่งหน้าจัดเต็มมานั่นเองค่ะ ขอแนะนำโทนสีไวน์เข้มค่ะ อาจจะเป็นแดงเข้ม แดงเกือบม่วง ทำนองนี้ได้เลยค่ะ เท่านี้ลิปสติกก็ช่วยพรางสายตาให้ทุกคนคิดว่า โอ้โห แม้จะวันที่สี่ของสัปดาห์แล้ว แต่ดูเหมือนเราจะยังมีความสดใส มั่นใจและพลังงานยังมีอีกเหลือเฟือในการมาทำงานค่ะ

วันศุกร์ วันนี้เป็นวันที่หลายคนรอคอย และแทบจะนับเวลาถอยหลังให้เลิกงานเร็วเลยใช่ไหมล่ะคะ หลายคนเลิกงานแล้วยังมีปาร์ตี้กับเพื่อนๆต่อ ฉลองให้กับวันสุดท้ายของสัปดาห์การทำงานซะหน่อย ดังนั้นลุคในวันนี้ก็ต้องเป็นลุคที่จะช่วยให้สาวๆมีความมั่นใจตลอดวันไปจนถึงงานปาร์ตี้กันเลย ลุคสโมคกี้อายเบาๆ หรือ เลือกใช้อายไลน์เนอร์สีม่วงสว่างก็เหมาะกับการเป็นสาวมั่นในออฟฟิศและพร้อมสำหรับการไปปาร์ตี้ต่อได้ทันทีค่ะ แต่ลุคนี้เน้นว่าเบาๆนะคะ อย่าใช้โทนสีที่เข้มเกินไป เพราะแบบนั้นจะเหมาะกับงานเลี้ยงกลางคืนมากกว่าที่จะไปทำงานค่ะ และในเมื่อดวงตาของเรามีเสน่ห์ดึงดูดแล้ว ริมฝีปากจึงเลือกใช้ลิปสติกโทนสีนู้ด หรือ สีน้ำตาลอ่อนเพื่อขับเน้นดวงตาของสาวๆกันค่ะ

เป็นยังไงบ้างคะ 5 สีไม่ซ้ำในวันทำงานกับลุคต่างๆ ลองเอาไปปรับใช้กันดูนะคะ

5 สิ่งที่มักจะพลาดในการแต่งหน้าและวิธีจัดการกับปัญหาเหล่านี้

ไม่มีใครหรอกที่จะไม่เคยทำสิ่งผิดพลาดมาก่อน แต่ถ้าเป็นการทำผิดพลาดในการแต่งหน้า สาวๆหลายคนจะเกิดอาการโมโห เพราะบางครั้งอาจจะต้องรื้อแต่งหน้ากันใหม่หมดเลย หรือบางทีอาจจะเลยตามเลย แต่ไม่ได้ลุคที่ตั้งใจที่จะแต่งหน้าออกมาตั้งแต่แรก วันนี้จะมาบอกสิ่งที่สาวๆมักจะพลาดกันง่ายๆและวิธีรับมือจัดการกับสิ่งเหล่านี้กันค่ะ

1.1

1.ไม่ทำความสะอาดแปรงแต่งหน้า

อ๊ะๆ อย่าเพิ่งบอกว่า บ้าน่า ใครจะทำกัน แต่มีจริงๆค่ะ ด้วยหลายๆสาเหตุ หลายๆปัจจัย อาจจะงานยุ่ง ไม่มีเวลามาดูแลทำความสะอาดแปรงแต่งหน้า ก็เลยทดไว้ในใจว่า เอาน่า เดี๋ยวพรุ่งนี้ค่อยทำความสะอาดแปรงก็แล้วกัน แม้ว่าในใจสาวๆก็รู้แหละว่า การไม่ทำความสะอาดแปรงแบบนี้ ไม่ดีแน่ๆ เพราะแปรงที่เราใช้ทุกวันโดยไม่ได้ทำความสะอาดก็จะกลายเป็นแหล่งสะสมของแบคทีเรีย สิ่งสกปรกต่างๆ จนอาจจะทำให้เกิดอาการแพ้หรือติดเชื้อตามมาได้ ดังนั้น มาทำความสะอาดแปรงแต่งหน้ากันเถอะค่ะ ง่ายๆด้วยการใช้สบู่เหลวสูตรอ่อนโยน สัปดาห์ละหนึ่งครั้งเท่านั้น ซึ่งสาวๆขา ใช้เวลาไม่นานเลย สาวๆก็จะได้แปรงที่สะอาดและช่วยปกป้องผิวหน้าของเราจากสิ่งสกปรกต่างๆที่จะสะสมในแปรงนะคะ

2.ใช้คอนซีลเลอร์ที่สว่างมากเกินไป

เข้าใจว่าสาวๆอยากจะทำให้บริเวณใต้ดวงตาดูสว่าง ไม่เป็นแพนด้า แต่การเลือกใช้คอนซีลเลอร์ที่สีสว่างกว่าผิวของเราเองจะทำให้สาวๆกลายเป็นแรคคูนได้นะคะ เลือกคอนซีลเลอร์ที่มีสีใกล้เคียงกับสีผิวของเราที่สุดค่ะ เพราะคอนซีลเลอร์สีที่ใกล้เคียงกับสีผิวของเรา เวลาที่เราใช้ก็จะช่วยปกปิดและกลืนไปกับสีผิวธรรมชาติของเราได้ดี ถ้าสาวๆเลือกผิดเบอร์ ผิดสีก็จะกลายเป็นแรคคูน หรือหน้างิ้วไปเลยก็ได้นะคะ

1.2

3.ใช้รองพื้นที่ไม่เหมาะกับโทนสีของผิวหน้า

ปัญหานี้คล้ายกับปัญหาการใช้คอนซีลเลอร์เลยค่ะ เพราะรองพื้นจุดประสงค์ที่เราใช้มัน เพื่อปรับสภาพผิวหน้าของเราให้สม่ำเสมอเป็นธรรมชาติ พร้อมสำหรับการแต่งหน้า เป็นธรรมชาติ ก็ต้องเลือกโทนสีให้ใกล้เคียงกับสีผิวของเรามากที่สุด หลายคนคงเคยเห็นประโยคในอินเตอร์เน็ตที่บอกว่า “รักเพื่อน ช่วยเพื่อนเลือกรองพื้น” เพราะหลายคนเลือกรองพื้นไม่เหมาะกับสีผิว แต่งหน้าออกมากลายเป็นหน้าขาว คอสีเข้มกว่า อันนี้ก็จะไม่น่าดูเท่าไหร่ ถ้าสาวๆมีสีผิวแทนหรือเข้ม ไม่ต้องกังวลว่าหน้าเราจะหมองลงเพราะเลือกรองพื้นสีผิวเดียวกับผิวหน้านะคะ เราสามารถทำให้หน้าเราดูสว่างสดใสขึ้นด้วยบรอนเซอร์ได้ค่ะ ใช้การไฮไลท์และคอนทัวร์เข้าช่วยด้วย เท่านี้สาวๆก็มีใบหน้าที่สว่างใส ออร่ากระจาย

4.ดัดขนตาหลังจากปัดมาสคาร่า

ปัญหานี้จะว่าพลาดก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร เพียงแต่ถ้าสาวๆต้องการให้ขนตาดูงอนยาว เด้งตลอดวันก็ควรจะทำการดัดขนตาให้เรียบร้อยก่อนจะปัดมาสคาร่าค่ะ เพราะเมื่อปัดมาสคาร่าไปแล้ว ขนตาจะหนักทำให้การดัดให้งอนทำได้ยากขึ้นค่ะ นอกจากนั้นสาวๆบางคน มาสคาร่ายังไม่แห้งสนิทก็จัดการดัดขนตาทันที แบบนี้อาจทำให้ขนตาติดอยู่กับที่ดัดได้ และบางทีจะทำเลอะเปลือกตาได้อีก ดังนั้นท่องจำ เตือนตัวเองกันเอาไว้ค่ะ ดัดแล้วค่อยปัด หรือบางคนอาจเลือกใช้มาสคาร่าที่ช่วยให้ขนตาของเรางอนยาวมากยิ่งขึ้นก็ได้นะคะ แต่ยังไงดัดก่อนปัดชัวร์กว่าค่ะ

1.3

5.จัดเต็มทั้งใบหน้า

อธิบายปัญหานี้ได้ง่ายๆว่า แต่งหน้าแบบงิ้วค่ะ คือจัดเต็มทุกส่วนบนใบหน้า สีสันออกมาแต่งแต้มเต็มใบหน้าไปหมด สาวๆก็ต้องเข้าใจก่อนว่า วันนี้เราจะแต่งหน้าลุคไหนดี ถ้าตาเข้มไปแล้ว ปากอาจจะใช้สีอ่อนลง จะได้ไม่แย่งซีนกับดวงตาที่เราบรรจงลงสโมคกี้อายไป หรือถ้าวันนี้ปากสีแซ่บ พริกสิบเม็ดยังเทียบไม่ติด ในส่วนของตาก็ต้องเลือกสีอ่อนลงมาจากสีลิปสติกเพื่อให้ริมฝีปากสีแซ่บของเราโดดเด่น เตะตาใครต่อใคร ถ้าคิ้วเข้ม ตาเข้ม แก้มแดง ปากก็ยังแดงอีก นึกภาพออกแล้วใช่ไหมคะ ว่าจะออกมาแบบไหน ถือคติน้อยคือมาก มากคือพังไว้นะคะ แต่นี่ไม่ใช่กฎตายตัวอะไรนะคะ เป็นเพียงหนึ่งในแนวทางการแต่งหน้าเท่านั้นค่ะ ขึ้นอยู่กับลุคและสไตล์การแต่งตัวด้วยค่ะ